178 Dharmniti Building 6-7th Floor, Soi Permsap (Prachachuen 20), Prachachuen Road, Bangsue, Bangkok, 10800 Thailand

Audit News

เทคนิค...พิชิตเป้าหมายเป็นผู้สอบบัญชี

Written by

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจและฝันอยากเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี หากยังไม่มีแนวทางหรือยังไม่ทราบว่าต้องเริ่มเตรียมตัวอย่างไร เรามีเทคนิคจากผู้ตรวจสอบบัญชี (Certified Public Accountant) หรือเรียกสั้นๆ ว่า CPA มาให้ไปลองปรับใช้กันครับ

1. การกำหนดเป้าหมาย และวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ก่อนอื่นต้องมีการกำหนดเป้าหมายในการเป็นผู้สอบบัญชีก่อน บางคนบอกว่าเรื่องนี้ไม่ยาก เพราะพูดวันนี้ บอกวันนี้ก็กำหนดได้เลยซึ่งก็จริงอยู่ แต่ต้องถามตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อนว่า เป้าหมายที่เราพูดหรือบอกออกไปนั้น มันมีพลังหรือไม่ อะไรคือพลัง 

พลังคือความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำสิ่งนั้นจนสำเร็จ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนาม ยากเย็นแสนเข็ญสักเพียงใดก็ตามก็จะไม่มีวันล้มเลิกความตั้งใจเป็นอันขาด ซึ่งเป็น “คำสัญญา” ของตนเอง

หลังจากมีเป้าหมายแล้ว ต่อมาก็คือการที่เราจะกำหนดวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายตามที่ได้ตั้งใจไว้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว เพราะต้องทำอย่างเป็นกระบวนการ มีกลยุทธ์ ซึ่งของแต่ละบุคคลอาจมีความแตกต่างกันตามที่แต่ละบุคคลจะกำหนด แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้วิธีการดังกล่าวเป็นไปตามที่เรากำหนดไว้นั้นคือ การมีระเบียบ วินัย มีการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ โดยมีความเพียรพยายามเป็นที่ตั้ง มีความมุมานะเป็นตัวขับเคลื่อน มีกำลังใจเป็นตัวเสริม คนเราต้องรู้จักให้กำลังใจตนเอง สร้างกำลังใจให้ตัวเอง เพราะการจะหวังกำลังใจจากคนอื่นนั้นจะไม่แน่นอน ไม่เที่ยงแท้ ดังนั้นตนเป็นที่พึ่งแห่งตนน่าจะดีกว่า

2. การหาบุคคลตัวอย่างแห่งความสำเร็จ 

การหาบุคคลตัวอย่างแห่งความสำเร็จในการสอบเป็นผู้สอบบัญชี เพื่อจะได้ดูเป็นแบบอย่างได้ว่า บุคคลเหล่านั้นเขามีกระบวนการ วิธีการที่ทำให้สำเร็จได้อย่างไร แน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมีเทคนิคและวิธีการเป็นของตนเอง (Signature) ซึ่งบางครั้งไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้ แต่ก็สามารถศึกษาได้ว่าเขามีเทคนิค กลยุทธ์ หรือกระบวนการอย่างไรบ้าง ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับเรา ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเรียนรู้โดยวิธีลัดอย่างหนึ่ง โดยเราสามารถเข้าไปพูดคุยกับบุคคลดังกล่าวเหล่านั้นได้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ สอบถามเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งมักจะได้รับคำแนะนำดี ๆ บางทีอาจได้รับหนังสือดี ๆ กลับมาเป็นของขวัญก็ได้ 

3. การวางแผนและการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนว่าการจะดำเนินการอะไรให้บรรลุเป้าหมายตามที่ได้ตั้งใจไว้นั้น ต้องมีการวางแผนและการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการไปเที่ยวเชียงใหม่สัก 5 วัน เราก็จะเริ่มกระบวนการคิดและวางแผน เพื่อให้การเที่ยวของเรานั้นบรรลุเป้าหมายสูงสุด นั้นคือเที่ยวสนุก มีความสุข คุ้มค่ากับเงินที่ได้จ่ายไป เช่นกันการที่เรากำหนดเป้าหมายที่จะสอบเป็นผู้สอบบัญชีให้ได้ ซึ่ง จะมีความแตกต่างกันมากกับเรื่องเที่ยวเชียงใหม่ เนื่องจากเป้าหมายที่กำหนดใหญ่กว่าเรื่องเที่ยวมาก ยากกว่าเยอะ ใช้เวลานานกว่ามาก ที่สำคัญมันอาจไม่ใช่เรื่องสนุก (บางคนมองเป็นเรื่องน่าเบื่อเข้าไปอีก อันนี้ก็จะไม่ค่อยดีนัก ต้องย้อนกลับไปอ่านข้อ 1 ใหม่นะครับ) ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการวางแผน เช่น 

• การวางแผนการอ่านหนังสือ

o อ่านเรื่องใดก่อน

o อ่านเวลาไหน

o อ่านนานแค่ไหน

o ฯลฯ

• เทคนิคการอ่าน

o ความทำ Short note

o ทำ Mind map

o เอา Short note กับ Mind map ติดตัวไว้อ่านทบทวน

o ควรอ่านหนังสือจากเรื่องที่ต้องสอบภายหลังก่อน

• การบริหารเวลา

o ต้องจัดเวลาในการอ่านหนังสือทุกวัน 

o การอ่านแต่ละครั้งอย่างน้อย 2 ชม.ไม่ควรเกิน 3 ชม. เพราะถ้าเกินจากนั้นประสิทธิภาพจะลดลง

o จัดทำตารางการอ่านหนังสือ

• การเตรียมร่างกายให้พร้อมเสมอ

o ควรมีการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสดชื่น การจดจำดีขึ้น

o พักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน

o ฝึกทำสมาธิ อย่าเครียด เพราะความเครียดจะส่งผลทำให้การจดจำลดลง

• การลงวิชาที่จะสอบ

o ให้ลงวิชาที่ตัวเองมีความรู้ความสามารถที่จะสอบให้ผ่านได้มากที่สุดก่อน เพื่อความเชื่อมั่นและเป็นกำลังใจให้กับตนเอง

o จำนวนที่วิชาที่ลงสอบ ต้องไม่น้อยไปไม่มากไป อย่างน้อยสัก 2-3 วิชา

o ดูตารางเวลาสอบแต่ละวิชาให้เหมาะสมกับการอ่านหนังสือ

4. การติวเพื่อเตรียมตัวสอบ

การติวเพื่อเตรียมตัวสอบอาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่ชอบติว แต่โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ติดอยู่บางวิชาก็อาจมีความจำเป็นมาก แต่ก่อนที่จะไปติวนั้น อยากแนะนำให้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับตัวเองให้ดีเสียก่อน เมื่อไปติวจะได้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น มิฉะนั้นการติวอาจไม่ได้รับผลตามที่คาดหวังไว้ บางทีอาจทำให้เกิดความสับสนเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก อันนี้ต้องขอบอกว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งแล้วแต่เทคนิคและความถนัดของแต่ละคน

5. การฝึกทำข้อสอบเก่า

การฝึกทำข้อสอบเก่าเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมาก เนื่องจากจะทำให้เราได้ศึกษาแนวทางการออกข้อสอบที่ผ่านมาก และที่จะออกในคราวที่เราสอบ การฝึกทำข้อสอบเป็นการทดสอบความรู้ความสามารถของเราจากการที่ได้อ่านหนังสือมา เพื่อประเมินว่าเราสามารถทำข้อสอบได้หรือไม่ โดยการทำข้อสอบเก่านั้นจะต้องมีการจับเวลาเสมือนการเข้าสอบจริง เพื่อสามารถประเมินเวลาที่เราสามารถทำข้อสอบให้แล้วเสร็จด้วย และควรลองฝึกทำข้อสอบเก่าย้อนหลังไปประมาณสัก 2-3 ปีเป็นอย่างน้อย  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเวลาที่มีในการทำข้อสอบเก่ามากเพียงใด

6. ต้องมีการแอบเก็งข้อสอบ

ต้องมีการเก็งข้อสอบเพื่อประเมินความน่าจะเป็นว่าข้อสอบน่าจะออกเนื้อหาส่วนไหน ประมาณไหน เพื่อกำหนดขอบเขตการอ่านหนังสือให้แคบลงมาจะได้ไม่อ่านแบบหว่านแห ซึ่งจะทำให้อ่านหนังสือยาก จำไม่ไหว สุดท้ายก็อ่านไม่ทัน หรืออ่านแบบได้หน้าลืมหลัง โดยเฉพาะช่วงใกล้สอบจะมีความตื่นเต้นมาก ทำให้กังวล ความกังวลจะทำให้เราจำอะไรไม่ได้ นึกอะไรไม่ออก หรือสับสนไปหมด ดังนั้นการเก็งข้อสอบก็สามารถช่วยลดความกังวลดังกล่าวลงได้ 

เทคนิคการเก็งข้อสอบนั้นเราจะจัดออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 

• กลุ่ม 1 คาดว่าจะออกแน่ ๆ เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้เราจะอ่านให้เข้าใจเป็นอย่างดี 

• กลุ่ม 2 คาดว่าจะออกสัก 70 % กลุ่มนี้ก็จะให้เวลาในการอ่านและทำความเข้าใจน้อยกว่ากลุ่ม 1 แต่ก็อ่านแล้วเข้าใจ สามารถทำได้เช่นกัน 

• กลุ่ม 3 กลุ่มสุดท้าย ประเภท 50:50 ประเภทใจหนึ่งก็คาดว่าไม่น่าจะออก หรือเป็นประเภทที่เราอ่านแล้วไม่เข้าใจ หรือแม้กระทั่งยากเกินกว่าจะเข้าใจก็ได้ ก็อาจจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ที่ชี้ให้ประเด็นนี้เนื่องจากบางคนไปให้ความสำคัญ และเวลากับเนื้อหาที่ยากเกินความสามารถของเรา ทำให้เสียเวลากับการอ่านในส่วนอื่นที่เราสามารถทำความเข้าใจได้ ก็จะให้เสียเวลาในส่วนนี้ไปมาก

7. วันก่อนสอบ

วันก่อนสอบเป็นวันที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากจะมีความกังวลหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นความกังวลต่อเนื้อหาที่อ่านมาแล้วก็ดี แม้กระทั่งการอ่านหนังสือไม่ทันและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ในวันสอบไม่สดชื่น เพลีย ซึ่งจะมีผลต่อศักยภาพในการทำข้อสอบได้ ดังนั้นในวันก่อนสอบควรผ่อนคลาย ไม่ควรอ่านหนังสือแล้ว อย่างมากก็แค่เอา Shot note Mind map มาอ่านเท่านั้นเพื่อสรุปทบทวนความเข้าใจก็เพียงพอ จากนั้นให้ทำสมาธิ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อตื่นขึ้นมาในวันสอบอย่างสดชื่น

8. วันสอบ

วันสอบควรไปถึงสถานที่สอบก่อนเวลาอย่างน้อย 1 ชม. เพื่อคลายความกังวลหรือตื่นเต้น เตรียมตัวเองก่อนสอบให้เรียบร้อย ไม่ควรมีการอ่านหนังสืออีก ควรทำสมาธิ ถ้าจะอ่านก็ให้อ่าน Shot note Mind map เท่านั้นก็พอ และเมื่อได้รับข้อสอบมาควรเปิดอ่านผ่าน ๆ ก่อน 1 รอบ เพื่อประเมินความยากง่าย และประเมินข้อสอบที่เราสามารถทำได้ก่อนก็ให้ทำก่อน ไม่จำเป็นต้องทำเรียงข้อ ต้องมีการกะประมาณเวลาที่ต้องใช้ในการทำข้อสอบแต่ละข้อ เพื่อให้สามารถทำข้อสอบได้ทันภายในกำหนดเวลา

9. ภายหลังการสอบ

เมื่อสอบเสร็จ อยากให้ Relax ไม่ว่าจะไปดูหนัง ฟังเพลง หรือกิจกรรมอื่นใดที่เราชอบ ไม่ควรอ่านหนังสือทันที เพราะไม่มีประโยชน์อะไร หลังจากนั้นลองประเมินว่าเราสามารถทำข้อสอบได้มากน้อยแค่ไหน จุดบกพร่องที่เราไม่สามารถทำได้อยู่ตรงไหน เรื่องอะไร แล้วเราสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการใด แล้วเราจะเริ่มทำมันใหม่อีกครั้งเมื่อใด นั้นคือการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

สำหรับวิชาที่เราทำได้สำเร็จก็ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่าควรจดจำ นำไปใช้อย่างสม่ำเสมอ และใช้สำหรับการแก้ไขข้อผิดพลาดในส่วนที่เรายังทำไม่สำเร็จ 

10. การให้กำลังใจตนเอง

การให้กำลังใจตนเองเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งบางคนอาจบอกว่าต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างจึงมีพลัง โดยส่วนตัวแล้วทุกคนควรสร้างกำลังใจให้กับตนเองให้ได้ ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ โดยเฉพาะเป้าหมายหรือสิ่งที่ยังไม่ประสบความสำเร็จก็สามารถสร้างกำลังใจให้ตนเองดังนี้ 

• สร้างมันขึ้นมา การสร้างกำลังใจส่วนหนึ่งมาจากการที่เรามีทัศนคติเชิงบวก ให้กำลังใจตนเองเมื่อเราสามารถทำสำเร็จ และให้กำลังใจเมื่อเราทำสิ่งนั้นไม่สำเร็จ โดยคิดว่าอย่างน้อยมันก็สามารถทำให้เราเรียนรู้ได้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

• ให้โอกาสกับตัวเอง การให้โอกาสกับตัวเองในการได้ลองทำมันใหม่อีกครั้ง โดยที่เราพยายามแก้ไขข้อบกพร่องในครั้งก่อน นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

• บอกกับตัวเองว่าเรายังมีโอกาสทำได้สำเร็จเช่นเดียวกับคนอื่น เพียงแต่ตัวเรายังทำได้ไม่ดีพอเท่านั้นเอง ถ้าเราได้แก้ไขหรือพยายามอีกสักนิดเราก็จะสามารถทำได้

• อย่าสิ้นหวังหรือหมดความหวังเป็นอันขาด เพราะจะทำให้หมดพลัง หมดกำลังใจที่จะสู้ต่อไป ซึ่งมันจะทำให้เราล้มเลิกเป้าหมายได้ 

 

 

ผู้เขียน : นายพีระเดช พงษ์เสถียรศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด

 

 

 

 

About Us

Dharmniti Auditing Co.,Ltd. is a professional service company that specializes in auditing and assurance service.